<SKY>
เป็นคำๆหนึ่งที่แปลว่า ท้องฟ้า
และอาจแปลได้อีกว่า เวหา
อีกหนึ่งความหมายคือ นภา่
รู้ไหมว่าท้องฟ้ามีนัยอย่างไร
ตอนก่อนที่เรายังไม่ได้ศึกษาเรื่องการถ่ายภาพ
เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ท้องฟ้า จะมีึความหมายมากถึงเพียงนี้
แต่ก่อนก็ได้แต่คิดว่า ท้องฟ้า มันก็เป็นบรรยากาศห่อหุ้มโลก
มีสีฟ้า แล้วไง?
ใช่เหรอ ทุกครั้งที่เรามองเห็นท้องฟ้าในตอนกลางวัน มันเป็นสีฟ้าเหรอ
ตอนแรกเราก็คิดว่าท้องฟ้ามันก็สีฟ้า
จนกระทั่งได้มาจับกล้องถ่ายรูป
มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลย
เวลาเราจะถ่ายท้องฟ้า บางทีมันไม่สวยอย่างที่เราคิดเสมอไป
เคยไหม เวลาถ่ายภาพแล้วท้องฟ้าเป็นสีขาว
บางทีมันก็เลือกไม่ได้ที่จะต้องถ่ายมุมนั้น เวลานั้น
ต้่องแลกกับการที่ท้องฟ้าเป็นสีขาวไป
เป็นความรู้สึกทีู่ธรรมดา จืดชืด ไร้สีสัน
แต่เราก็จำเป็นต้องทำมิใช่หรือ เพื่อสิ่งที่สวยกว่าซึ่งอยู่ข้างล่างท้องฟ้าที่เราต้องการ
สิ่งนี้มันขึ้นอยู่กับเวลา กับมุมมอง
แต่ละวันท้องฟ้าไม่เคยเหมือนกันเลย
ถ้าเราเห็นท้องฟ้าสวยๆ คิดอยู่ได้ 2 อย่าง
คือ
หยิบกล้ิองมาถ่ายในตอนนั้น
หรือ
ปล่อยให้เวลาผ่านไป ท้องฟ้ามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
อาจจะสวยขึ้น หรือแย่ลงก็สุดแท้แต่
ถ้าสวยขึ้นเราก็คุ้มค่าแก่การรอ
ได้ภาพที่ดีไป
แต่ถ้าหากมันไม่ใช่หละ……
การสังเกตเรื่องท้องฟ้านั้น
ทำให้ได้รู้ว่าสิ่งใกล้ตัวที่อยู่เหนือหัวนั้น
ได้สอนอะไรหลายๆอย่าง
การเข้าใจในสิ่งรอบตัวที่ดีที่สุดคือ การสังเกตและการเรียนรู้
การเรียนรู้และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่มี
เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมท้องฟ้าได้
สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมนั้น
มันเป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดเดา
การอยู่กับปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าเราต้องท้อแท้กับความฝัน
ท้องฟ้าในวันพรุ่งนี้อาจจะสวยกว่าวันนี้
หรือไม่ท้องฟ้าวันนี้อาจจะสวยกว่าเมื่อวานก็ได้
ได้สังเกตหรือไม่
เรามาพูดถึงเรื่องท้องฟ้ายามเย็นกันดีกว่า
ท้องฟ้าในยามเย็นนั้นแปลกไม่เหมือนใคร
อาจจะเป็นสีขาว
สีส้ม
สีแดง
สีเหลือง
หรือทุกสี
แต่ในที่สุด
ทุกสี
ก็ต้องกลายเป็นสีเดียวกัน
นั่นก็คือ สีดำ
เป็นความมืดมิด
แต่ก่อนที่จะมืดมิดนั้น มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่ท้องฟ้าสวยงามไม่แพ้ช่วงเวลาอื่น
มันเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี
ช่วงนั้นท้องฟ้าจะกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม
เป็นเหมือนสิ่งบอกการเปลี่ยนแปลงของเวลาเลยทีเดียว
ได้หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว….
คนเรามองท้องฟ้าไม่ีเหมือนกันอีก
มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆอย่างเช่น
การเรียงตัวของเมฆ
ความหนาแน่นของเมฆ
สีของเมฆ
สีสันของท้องฟ้า
ความสดใส
ฯลฯ
หรือองค์ประกอบที่เข้ามาและผ่านไปอย่าง
นกที่บินมา หรือ เครื่องบิน
ก็มีส่วนในมุมมองของภาพที่ปรากฎทั้งสิ้น....
นั่นอาจเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินแต่ละคน
ไม่ว่าจะเป็นนักแต่งเพลง ช่างภาพ จิตรกร
เขาเหล่านั้นล้วนแต่สร้าง “งานศิลป์” ให้ทุกคนได้ชื่นชมไม่ว่าจะเป็น
การถ่ายทอดความงามของท้องฟ้าผ่านโน้ตดนตรีและเสียงเพลง
การวาดภาพท้องฟ้าหลากหลายอารมณ์ หลายสีสัน
การถ่ายทอดความจริงจากหลายมุมมอง
หรืออาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้
ถ้าเกิดอยากหลอกตัวเอง
การหลอกตัวเอง ไม่ใช่การหนีความจริงเสมอไป
แต่เป็นการจินตนาการ ซึ่งเราอาจทำเป็นจริงได้ก็แค่สิ่งที่อยู่ในมโนภาพ
มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะบังคับท้องฟ้าให้สวยทุกวัน
เพราะวันดีๆไม่ได้มีทุกวัน
ทุกวันที่เราเฝ้ามองท้องฟ้าอยู่
เหมือนกับว่า เรานั่งรอ รอ และรอ อะไรบางอย่าง
จังหวะ มุมมอง และ เวลา
เมื่อถึงวันที่ฟ้าสวย
วันนั้นอาจเป็นวันที่เราไม่พร้อม ไม่ได้มีกล้องติดตัวมาเพื่อที่จะถ่าย
ไม่สามารถเก็บภาพท้องฟ้าอันสวยงามได้
ที่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย
จริงอยู่
วันข้างหน้ายังมีอีกไกล
แต่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดไปก่อนไม่ดีกว่าเหรอ
จะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง
ในวันที่สายเกินไป
ในวันที่ไม่มีท้องฟ้าให้มองอีกแล้ว