JuthaS's profileJutha'sPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 26

    On Friday Night



    การที่ไขว่ขว้าอะไรที่มากเกินไปมันก็ไม่ดี
    ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
    เพราะมันถูกปิดกั้นทางใจมากไป
    อยากเป็นเพื่อน....งั้นเหรอ
    จะเป็นได้ยังไงในเมื่อไม่เคยได้เปิดใจรับรู้กัน
    อาจจะไม่ได้มีเวลารู้จักกัน
    สิ่งที่เห็นอาจเป็นเำพียงเศษเสี้ยว
    สิ่งที่เคยทำไป อาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง
    แค่ไม่กี่เดือนมันยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอก
    เราขอโทษ......











    ไม่ๆ  -----Y  ยังไม่ได้หายไปไหน  
    เธออยู่ในมุมมืดของตึก  ตัวเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้น


     

    January 13

    Face the Fight, I will

    เลิก Up นิยายชั่วคราว
    หวังว่าคงไม่ว่าอะไรกันนะ


    โอ้ยยยยยย อยากจะบ้าตายหวะ

    กูต้องมีคู่แข่งแล้วสำหรับตำแหน่ง Photo ก.น.

    มันเป็นตำแหน่งที่ใฝ่ฝันมาตั้งนาน ตั้งแต่ได้เจอเขาคนนั้น
    มันเกือบจะสลายลง ตั้งแต่ที่รู้ว่า P' B--- จะลงด้วย
    เราก็เลยแกล้งบอกเขาไปว่า ถ้าพี่ได้ ก.น. ก็ขอเป็นประธานชมรมตอน ม.6 แล้วกัน
    แล้วเขาก็บอกว่า ไม่เกี่ยวกันเลย ตอน ม.6 พี่ก็เป็นประธานแล้วจีโบก็ค่อยเป็นPhoto  ก.น.ไง
    เวรกรรมจริงๆ

    ที่จริง เราไม่ได้บ้่าต้องการตำแหน่ง ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ อะไรหรอกนะ
    เรื่องพวกนั้นมันเป็นเรื่องภายนอก มิอาจมาทดแทนความรู้สึกที่ดีได้
    เพียงแค่อยากมีความสุขเล็กๆน้อยๆ
    เขาคนนั้นจะได้ใกล้ชิดกับเรามากขึ้นถ้าเราได้เป็นน้องตำแหน่งเขา

    ทำไมความสุขมันมักจะมาพร้อมกับความทุกข์เสมอ....
    เมื่อวัน พฤ. เรายังได้อยู่กับเขา ดูแลเตียงบริจาคโลหิตด้วยกัน
    ยังคุย ยิ้มให้กัน ถ่ายรูปกัน หวังว่าจะได้มาเป็นน้องตำแหน่งเขา

    อุปสรรคต้องมาขัดขวางก่อนที่จะได้สิ่งที่หวังเสมอ....
    วันรุ่งขึ้่นตอนกลางคืน เรากลับรู้ว่ามีคนจะลงอีก
    เป็นพี่ที่ชมรม แต่อยู่ ม. 4 เหมือนกัน

    เรื่อง ก.น.นี่มันก็ขึ้นอยู่กับความนิยม
    ใครได้เสียงโหวตจากหัวหน้าห้องเยอะกว่า คนนั้นก็ได้ไป

    มาถึงขั้นนี้แล้ว จะถอยไม่ได้ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด
    จะไปบังคับไม่ได้
    เราต้องพยายามให้ดีที่สุด ทำทั้งวันนี้และวันนั้นให้ดีที่สุด
    อย่าให้ความโศก <ตรงไหนฟะ> มาแย่งพื้นที่ความคิดในสมอง
    อย่าคิดมากดิ
    เดี๋ยวก็รู้เอง

    ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจเรานะ
    เปิก Bite ชิน
    เราอยากให้พวกแกเป็น ก.น.ด้่วย
    จะได้ทำงานด้วยกัน


    G o o d T h i n g s a l w a y s c o m e s a f t e r O b s t a c l e s
    A n d N o t h i n g w o n' t c h a n g e i f y o u d o N o t h i n g .
    B e s t r o n g a n d l e t t h e b r a i n f i n d t h e S o l u t i o n .
    P a s s t h r o u g h i t b y t h e p e a c e.
    M a y t h e F o r c e b e w i t h Y o u........








    January 02

    New Year's Eve Story


    สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2550  เพื่อนๆทุกคน

    Happy New Year 2007

    B o n n e  A n e e  2 0 0 7 

     

     

    ได้ฤกษ์ Up Space ซักทีหลังสอบ Summative หมาโหด  เอ้ย  มหาโหด

    จะไม่พูดเรื่องสอบแล้วกัน....
    เพราะรู้ๆกันอยู่ตาม form ของ Sum ว่ามัน

    เป็นการสอบที่กระชั้นชิด ไม่ค่อยได้เตรียมตัว  วุ่นอยู่กับแต่เรื่อง 555

    -Hopeless for Christmas

    Joyeux Noel  คงจะสายไปแล้วสำหรับ Space ในวันนี้
    ปีนี้ไม่ได้จัดต้น Christmas เลย
    น่าจะมีงานเลี้ยงในห้องเหมือนอัสสัมนะ  สนุกสนานมาก
    AC X'mas Fair   ปีนี้ก็ไม่ได้ไป   อ่านหนังสือ  อยากไปๆ  
    ปีนี้ Christmas  ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย
    เงียบเหงา    ไร้บรรยากาศเก่า    
    เต็มไปด้วยบรรยากาศสอบ  ....  3 วัน 13
    วิชา  อะไรมันเยอะแยะขนาดนี้

                                               <On the Corner>

    Adapt from the true story, December 29, 2006  

    By JuThaS

    Date : January 2 ,2007

       

           ผมได้ไปงานฉลองปีใหม่ บนถนนแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ

    ในคืนวันก่อนวันขึ้นปีใหม่เป็นคืนที่ถนนแห่งนี้สว่างไสวเต็มไปด้วยแสงจากหลอดไฟที่ติด

    ตามตู้โชว์สินค้าในร้านขายของและ ที่ติดตามบ้านเรือนต่างๆ.. เตรียมตัว พร้อมที่จะ Countdown สู่ปีใหม่

        

          ผมเดินมาถึงทางแยก  จะไปทางไหนดีหละนี่  ทางขวามีพวกร้านตัดเสื้อ  ร้านขายของขวัญ ของชำ   ทางซ้ายก็มีอาหาร และ ของกินมากมาย   ชักจะหิวแล้วด้วยซิ  ผมเกือบจะไปเดินไปทางซ้าย  แต่ขณะนั้นมีอะไรมาบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้มา ดลใจผม  ให้ผมไปทางขวาก่อนแล้วค่อยย้อนมา    ผมจึงตัดสินใจเลี้ยวขวาไป

        

          ถนนค่อนข้างยาว   มีผู้คนมากมายเดินจับจ่ายซื้อของทั่วบริเวณ 2 ฝั่งของถนน   ผมหยุดอยู่ที่ ร้านขายของขวัญแห่งหนึ่งชื่อว่า Desire Bell   ซึ่งหน้าร้านถูกประดับ

    ตกแต่งเต็มไปด้วยกระดิ่งรูปแบบต่่างๆ อยู่ตรงข้ามกัน    มันช่างเป็นการตกแต่งที่สวย

    งามจริงๆ   

             

             

             ระหว่างที่ผมกำลังยืนเหม่ออยู่นั้น   ผมก็คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง  ‘ใช่แล้ว..เราไม่เคย

    สมหวังเลยซักนิด  ตลอดหลายปีที่ผ่านมา  แต่ึคนนี้จะไม่เหมือนเดิม สำหรับปีนี้ 

             

              ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ เหลือบมองไปอีกฝั่ง ผมก็ได้เห็นอะไรบางอย่าง จนอุทานออกมา ไม่น่าเชื่อ ….’      ผมได้มองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

    หัวใจผมเต้นแรงมากขึ้่น ..    ผมได้เห็นในสิ่งที่ไม่คาดว่าจะเห็น    นั่น -----Y นี่

     

              ผมข้่ามถนนไปโดยทำเป็นไม่เห็นเธอ  และผมก็ได้เจอเธออย่างไม่คาดคิด

    สวัสดีครับ”     “สวัสดีค่ะ  เธอทำเสียงห้าวตอบกลับมา  พร้อมยิ้่มเล็กน้อย

    ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ  มาทำอะไรที่นี่อะ”  ผมเป็นฝ่ายเริ่มถามก่อน

    “ ก็มาดูๆ ซื้อของในงานอะ”   เธอตอบโดยไม่พูดต่อ    

    ผมก็อึ้งไปชั่วครู่  ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

    และแล้่วเธอก็พูดในสิ่งที่ผมคาดไม่ถึง ไปเดินด้วยกันซิคะ

    ผมก็ตอบตกลงไป

     

              ผมเดินดูของไปกับเธอเรื่อยๆ ตลอด 2 ฟากฝั่ง ของถนน  มีทั้งร้านเสื้อผ้า

    ร้านขายขนม   ร้านขายของขวัญ  ร้านเกมส์  ร้านขายเพลง  ฯลฯ 

    ผมไม่นึกเลยว่าจะได้มาเดินกับเธอในวันนี้    ช่างเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ 

             

              เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ผมและเธอ ก็ได้มานั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ

    แห่งหนึ่ง    ผมก็ได้คุยกับเธอ เรื่อยๆ  ในเรื่องการงาน   เธอยังคงทำงานเกี่ยวกับ

    การถ่ายรูปเหมือนเดิม  ตั้งแต่อยู่ ม.ปลาย โดยขณะนี้เธอเป็นช่างภาพข่าวให้กับหนังสือ

    พิมพ์ฉบับหนึ่ง  

              ทำข่าวด้านอะไรอะครับ” ผมถาม

              ก็พวกข่าวอาชญากรรมทั่วไปอะค่ะ 

              โอ  อย่างนี้ก็น่ากลัวเหมือนกันนะ  อาจมีฆาตกรมาทำร้ายเราได้    ผมพูดด้วยความเป็นห่วง

              ก็ไม่หรอกค่ะ  เพราะส่วนมาก ก็จะไปถ่ายหลังเหตุการณ์จบแล้ว  ก็มีคนอยู่เต็มไปหมด  คงไม่มีใครมาทำร้ายเราหรอก”

              “ แล้วถ้าเกิดเราไปถ่ายภาพเป็นหลักฐาน ที่ฆาตกรเผลอหลุดทำทิ้่งไว้

    แล้วมันต้องการปิดปากเราหละ”

              “ คิดมากไปได้ค่ะ” เธอพูดพร้อมหัวเราะและยิ้มเล็กน้อย

    ผมก็ไม่ได้คิดอะไรต่อหลังจากนั้น

             

              ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเธอได้ดังขึ้น

    ดีจ้า ดรีม  ตอนนี้อยู่ร้าน Café comme entrée อะ 

    ‘ดรีมอย่างนั้นเหรอ  ใครกัน’  ผมคิด โดยไม่ได้ถามเธอ

    Ok ค่ัะ  งั้นก็เดี๋ยวเจอกัน ที่ร้านแล้วกันนะ”

    จ๊ะ”  เธอวางสายลง

              5 นาทีต่อมา ผู้หญิงคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาในร้าน  ทั้ง 2 ทักทายซึ่งกันและกัน

    อาร์ม นี่ดรีม เพื่อนเราเอง    ดรีม นี่อาร์ม รุ่นน้องสมัย ม.ปลาย”

     

    “ยินดีที่ได้รู้จักครับ    เช่นกันค่ะ   

    คนนี้  ผมเคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อนนะ     ใช่แล้ว  เห็นเดินด้วยกันบ่อยๆ

    เดินด้วยกัน 2 คนตลอด  

    เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ  พอดีต้องไปรับของขวัญที่ร้านเขาห่อไว้ให้  คงจะเสร็จแล้ว”

    ผมเดินออกไปจากร้าน   แต่ไม่ได้ไปร้านห่อของขวัญอะไรทั้งสิ้น 

    ผมเฝ้าดูเธออยู่ในมุมมืด 

    ทั้ง 2 คนที่อยู่ในร้าน  ช่างหวานแหวกันเสียจริง

    เธอคงมีความสุขน่าดูที่ได้อยู่กับแฟนของเธอ    ผมคงไม่มีหวังแล้่วจริงๆ

    ตัดใจเสียเุถิด  มันเป็นไปไ่ม่ได้ ….

     

              ทั้ง 2 คนออกมาจากร้านแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ    ผมก็เดินของผมอยู่ห่างๆ

    แต่แล้วไฟ ทั้งถนนได้ดับลง    เสียงแตกตื่นดังอื้อคะนึงไปทั่วทุกทิศ

    ทุกคนแตกตื่น  อลหม่านไปหมด      ผมได้ยินเสียงกรี๊ด  แล้วทุกอย่างก็สว่างเหมือนเดิม

    ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า   ผมแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง

    ดรีมถูกฆาตกรรม !!!!!

    ไม่จริง   แล้่ว -----Y หละ  อยู่ไหน  เธอคงไม่วิ่งหนีไปหรอก  

    เพียงแต่ว่า

     

     

     

     

     

     

             

     

     

     

     

    เดี๋ยวมา อัพต่อ  ยังไม่จบ   จะเม้นก็ได้