JuthaS's profileJutha'sPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    March 18

    Dark Side

     

     

     

    From : Dark Side Story  ที่เราแต่ง 

    เอามาให้อ่านตอนนึงแล้วกันนะ

     

    Social of Men

     

    ในสังคมหนึ่ง  คุณอาจเป็นคนเดียวที่ไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุข (เท่ไหมหละ)

    และคุณไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพื่อนคุณเกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้ายกันหมด

    และวันหนึ่งคุณก็มารู้ว่ามันเลวร้ายกว่าที่คุณคิดเยอะ

    คุณเป็นคนที่ไม่มีสังคมเลย  มีความลับในสังคมนี้อีกมากมาย

    แต่คุณเป็นคนดี

    คุณไม่อยากถลำลึกเข้าไปมากกว่านี้

    คุณตัดสินในที่จะอยู่ห่างๆ   มองอยู่ห่างๆ

    รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดี

    แต่คุณก็ทำอะไรไม่ได้เพราะจะถูกสังคมรังเกียจเอา

    คุณแค่เข้ากับสังคมนั้นได้แต่เพียงผิวเผิน   คุยเป็นบางโอกาส

    รู้เท่าทันเฉยๆ

    คุณจะไม่มีใครสนใจ

     

     

    หรืออีกทางเลือกหนึ่ง

    คุณอยากรู้  อยากสัมผัส

    อยากเข้าสังคม  อยากได้เพื่อน

    คุณก็เลยทำตัวให้เข้ากับมัน   ลองตุ่ย  ลองดื่ม

    คิดซะว่ามันเป็นเรื่องปกติ   ใครๆเขาก็ทำกัน

    ทำดูบ้างจะเป็นอะไรไป

    คุณก็จะได้เข้าไปในสังคมนั้น  ว่าแต่…

    คุณทำเพื่ออะไร

    ทำเพื่ออยากได้เพื่อนงั้นหรือ ...คุณคิดว่ามีเพื่อนแท้ด้วยหรือในสังคมนี้

    หรือคุณทำเพื่อตัวเอง

    ทำเพื่อให้ตัวเองต่ำลงงั้นหรือ

     

     

    จะเห็นว่าในด้านมืด  มันไม่มีอะไรดีเลย เมื่อมองลึกลงไป

    แต่จะว่าไปในสังคมแบบนี้

    ถ้าเป็นคนดีไปซะทีเดียวเลย  มันก็ไม่สามารถดำรงตนอยู่ได้แน่

     มันต้องรู้จักหลายๆด้านหลายๆมุม และปรับตัวเข้ากับมันให้ได้

    ไม่ใช่ให้มันครอบงำเรา

    ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือตัวตนที่แท้จริง

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ไม่เกี่ยวกับด้านบน

     

     

    อยากจะระบาย

    สิ่งที่อยู่ในใจ

     

    ไม่ได้เพื่อให้เขาเห็นใจ

    แต่เพื่อให้เขาเข้าใจ

     

    ว่าเราต้องการเป็นพี่น้องกับเขาอย่างไร

     

    ความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ตัดขาดกันไม่ได้

     

     

     

    ความเดิมที่เจ็บปวดอยู่เอนทรี่ที่แล้ว

     

     

     

     

     

     

    March 12

    Impossible Love

    ความรักที่เป็นไปไม่ได้
     
    ความสัมพันธ์ของพี่น้อง
     
    เราไม่อยากให้มันเสียไป
     
    เป็นพี่สาวกับน้องชายกันนะ
     
    อยากเป็นอย่างงั้นจริงๆ
     
    อยากพูดด้วยกันทุกวัน
     
    เจอหน้ากันทุกวัน
     
    คุยเล่นสนุกสนานกัน
     
    อยากอย่างนั้นจริงๆ
     
    แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก
     
    โทรศัพท์ยังไม่เคยคุยกันเกิน ห้า นาทีเลย
     
    ตั้งแต่ที่เขารู้  เจอหน้ากันทีไรก็พูดไม่ออก
     
    คงพูดได้แต่เรื่องงาน
     
    เท่านั้นเหรอ
     
    เท่านั้นเหรอ คือความสัมพันธ์ของพี่น้อง
     
    เขาคงไม่รู้หรอกว่าเรารู้สึกยังไงหลังจากวางสายไปแล้ว  ไม่ก็เดินหันหลังให้กันแล้ว
     
    พูดไม่ถูก
     
    พูดไม่ออกแล้วตอนนี้
     
    ร้องไห้มากี่ครั้งแล้วหละ
     
    อ่อนแอจริงๆ
     
    เสียน้ำตาให้กับความเศร้าของเขา
     
    และยังต้องมาเสียน้ำตาให้กับความเศร้าของตัวเองอีกเหรอ
     
    เราอยากจะโน่นอยากจะนี่
     
    ทำไมเป็นความรักที่เห็นแก่ตัวจริงๆ
     
    อยากจะลืมมันไปซะดีไหม
     
    แต่เราก็ไม่อยากเสียความรักไป
     
     
    พิมพ์อะไรไม่ถูกแล้ว  วกวนสับสนไปหมด
     
    เขาคงไม่เสียใจหรอกมั้งที่รักเราไม่ได้
     
    อยากจะรู้จริงๆ  ปีหน้าเป็นยังไง
     
    เขาก็คงทุ่มเทกับการเอ็นท์  เราก็คงไม่มีเวลาคุยกับเขา
     
    อยากเจอกันในวันจากลา
     
     
     
    อยากจะบอกว่า รัก  ไปจัง 
     
    แม้ว่าเขาจะรู้แล้วก็เหอะ
     
    แต่เราก็ยังอยากจะบอก
     
    แม้การบอกไป จะทำให้เราเจ็บก็ตาม
     
    แต่ถ้าหากเป็นการทำให้เขาเจ็บด้วยหละ
     
    เขาไม่สามารถทำให้เราสมหวังได้
     
    ไม่สามารถรักเราได้
     
    แต่อย่างน้อยเราก็ยังอยากให้เขาเป็นพี่
     
    เราอยากให้เขาอยู่เคียงข้างเรา  คอยดูแลเราตลอดไป
     
    ความรักของเรามันเห็นแก่ตัวไหมอะ
     
    เราจะทำยังไงดีไม่ให้รักเราเป็นรักที่เห็นแก่ตัว
     
    เราอยากทำอะไรเพื่อเขาบ้าง
     
    เขาจะอึดอัด ลำบากใจไหม
     
    เขาจะรำคาญไหม
     
    เราจะรอเขา 
     
    ไม่ได้รอให้เขาเปลี่ยนใจมารักเรา
     
    แต่รอให้เขาพร้อมที่จะคุยกับเรา 
     
    พร้อมที่จะสบายใจเมื่ออยู่ใกล้เรา
     
    ถามว่า  มีความสุขแล้วจะเป็นยังไง 
     
    แอบรักไปมันก็ช้ำใจ
     
    บางครั้งเราก็คิดว่า เศร้าไปเรื่อยๆมันก็ดีเหมือนกันนะ
     
    ประชดชีวิตดี
     
    จะได้มีสีสัน
     
    ไม่น่าเบื่อ 
     
    ชีวิตไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
     
    อย่างน้อยเวลามีความทุกข์  เราก็อยากมีเขาปรับทุกข์ด้วย
     
    เราอยากเล่าทุกอย่าง พูดทุกอย่างกับเขาอย่างสบายใจ
     
    แต่ยังไงเขาก็มีเพื่อนอยู่แล้ว
     
    เวลาเขาอยูกับเพื่อน 
     
    เราก็จะไปพูดกับเขาก็ไม่ได้
     
    เราควรจะทำยังไงดี   ให้เรามีเวลากับเขาแค่ สองคน
     
    แต่เราไม่อยากรัดเขาไว้หรอก
     
    เราไม่อยากเป็นรักที่มีการครอบครอง
     
    เราก็อยากเห็นเขามีความสุขกับคนที่เขารัก
     
    เรารักเขาอย่างงั้น
     
    เราอยากคุยกับเขาเหมือนเพื่อน
     
    มีความสัมพันธ์เหมือนพี่กับน้อง
     
    แค่นี้จะได้ไหม
     
    เราไม่ได้ถามเขา  แต่เราถาม วิงวอนเบื้องบน
     
    ขออีกสักครั้งนะครับ
     
     
     
     
     
     
     
     ขอโทษคนที่มาอ่านทุกคนด้วยแล้วกัน   อย่าเศร้าตามเรานะ   เราก็อย่างงี้แหละ  บางทีก็อยากเศร้าหวะ
     
     
     
     
     
     
    March 02

    Sky is Blue

    <SKY>

     

    เป็นคำๆหนึ่งที่แปลว่า ท้องฟ้า

    และอาจแปลได้อีกว่า  เวหา

    อีกหนึ่งความหมายคือ นภา่

    รู้ไหมว่าท้องฟ้ามีนัยอย่างไร

     

     

    ตอนก่อนที่เรายังไม่ได้ศึกษาเรื่องการถ่ายภาพ

    เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า  ท้องฟ้า จะมีึความหมายมากถึงเพียงนี้

    แต่ก่อนก็ได้แต่คิดว่า  ท้องฟ้า มันก็เป็นบรรยากาศห่อหุ้มโลก

    มีสีฟ้า แล้วไง?

     

    ใช่เหรอ  ทุกครั้งที่เรามองเห็นท้องฟ้าในตอนกลางวัน มันเป็นสีฟ้าเหรอ

    ตอนแรกเราก็คิดว่าท้องฟ้ามันก็สีฟ้า

    จนกระทั่งได้มาจับกล้องถ่ายรูป

    มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลย

     

    เวลาเราจะถ่ายท้องฟ้า  บางทีมันไม่สวยอย่างที่เราคิดเสมอไป

    เคยไหม เวลาถ่ายภาพแล้วท้องฟ้าเป็นสีขาว

    บางทีมันก็เลือกไม่ได้ที่จะต้องถ่ายมุมนั้น เวลานั้น

    ต้่องแลกกับการที่ท้องฟ้าเป็นสีขาวไป

    เป็นความรู้สึกทีู่ธรรมดา จืดชืด ไร้สีสัน

    แต่เราก็จำเป็นต้องทำมิใช่หรือ เพื่อสิ่งที่สวยกว่าซึ่งอยู่ข้างล่างท้องฟ้าที่เราต้องการ

     

    สิ่งนี้มันขึ้นอยู่กับเวลา  กับมุมมอง

     

     

    แต่ละวันท้องฟ้าไม่เคยเหมือนกันเลย

     

    ถ้าเราเห็นท้องฟ้าสวยๆ คิดอยู่ได้ 2 อย่าง

    คือ

    หยิบกล้ิองมาถ่ายในตอนนั้น

    หรือ

    ปล่อยให้เวลาผ่านไป ท้องฟ้ามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

    อาจจะสวยขึ้น  หรือแย่ลงก็สุดแท้แต่

    ถ้าสวยขึ้นเราก็คุ้มค่าแก่การรอ

    ได้ภาพที่ดีไป

    แต่ถ้าหากมันไม่ใช่หละ……

     

     

    การสังเกตเรื่องท้องฟ้านั้น

     

    ทำให้ได้รู้ว่าสิ่งใกล้ตัวที่อยู่เหนือหัวนั้น

    ได้สอนอะไรหลายๆอย่าง

     

    การเข้าใจในสิ่งรอบตัวที่ดีที่สุดคือ การสังเกตและการเรียนรู้

     

    การเรียนรู้และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่มี

    เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมท้องฟ้าได้

     

    สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมนั้น

    มันเป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดเดา

     

    การอยู่กับปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าเราต้องท้อแท้กับความฝัน

    ท้องฟ้าในวันพรุ่งนี้อาจจะสวยกว่าวันนี้

    หรือไม่ท้องฟ้าวันนี้อาจจะสวยกว่าเมื่อวานก็ได้

    ได้สังเกตหรือไม่

     

    เรามาพูดถึงเรื่องท้องฟ้ายามเย็นกันดีกว่า

    ท้องฟ้าในยามเย็นนั้นแปลกไม่เหมือนใคร

    อาจจะเป็นสีขาว

    สีส้ม

    สีแดง

    สีเหลือง

    หรือทุกสี

    แต่ในที่สุด

    ทุกสี

    ก็ต้องกลายเป็นสีเดียวกัน

    นั่นก็คือ สีดำ

    เป็นความมืดมิด

    แต่ก่อนที่จะมืดมิดนั้น  มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่ท้องฟ้าสวยงามไม่แพ้ช่วงเวลาอื่น

    มันเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี

    ช่วงนั้นท้องฟ้าจะกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม

    เป็นเหมือนสิ่งบอกการเปลี่ยนแปลงของเวลาเลยทีเดียว

    ได้หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว….

     

    คนเรามองท้องฟ้าไม่ีเหมือนกันอีก

    มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆอย่างเช่น

    การเรียงตัวของเมฆ

    ความหนาแน่นของเมฆ

    สีของเมฆ

    สีสันของท้องฟ้า

    ความสดใส

    ฯลฯ

    หรือองค์ประกอบที่เข้ามาและผ่านไปอย่าง

    นกที่บินมา หรือ เครื่องบิน 

    ก็มีส่วนในมุมมองของภาพที่ปรากฎทั้งสิ้น....

     

    นั่นอาจเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินแต่ละคน

    ไม่ว่าจะเป็นนักแต่งเพลง  ช่างภาพ  จิตรกร

    เขาเหล่านั้นล้วนแต่สร้างงานศิลป์” ให้ทุกคนได้ชื่นชมไม่ว่าจะเป็น

    การถ่ายทอดความงามของท้องฟ้าผ่านโน้ตดนตรีและเสียงเพลง

    การวาดภาพท้องฟ้าหลากหลายอารมณ์  หลายสีสัน

    การถ่ายทอดความจริงจากหลายมุมมอง

     

    หรืออาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้

    ถ้าเกิดอยากหลอกตัวเอง

     

    การหลอกตัวเอง ไม่ใช่การหนีความจริงเสมอไป

     แต่เป็นการจินตนาการ ซึ่งเราอาจทำเป็นจริงได้ก็แค่สิ่งที่อยู่ในมโนภาพ

     

    มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะบังคับท้องฟ้าให้สวยทุกวัน

    เพราะวันดีๆไม่ได้มีทุกวัน

    ทุกวันที่เราเฝ้ามองท้องฟ้าอยู่

    เหมือนกับว่า เรานั่งรอ รอ และรอ อะไรบางอย่าง

    จังหวะ  มุมมอง  และ เวลา

     

    เมื่อถึงวันที่ฟ้าสวย

    วันนั้นอาจเป็นวันที่เราไม่พร้อม  ไม่ได้มีกล้องติดตัวมาเพื่อที่จะถ่าย

    ไม่สามารถเก็บภาพท้องฟ้าอันสวยงามได้

    ที่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย

     

    จริงอยู่

    วันข้างหน้ายังมีอีกไกล

    แต่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดไปก่อนไม่ดีกว่าเหรอ

    จะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง

    ในวันที่สายเกินไป

    ในวันที่ไม่มีท้องฟ้าให้มองอีกแล้ว