Part I : La Seine
Genre : Non-Fiction Surrealism
16.04.07 : 20.30
ตีตั๋วนั่ง Bateau Mouche ชมเมืองปารีส ยามค่ำคืน 2 ฝั่งแม่ีน้ำ Seine
ลมพัดผ่านประกอบเสียงคลื่นกระทบกับเรือ ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการเดินชมพิพิธภัณฑ์ Louvre
ความเหงาในใจก็ถูกกลบโดยเพื่อนๆที่อยู่รอบข้าง
ท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสีจากเหลือง เป็นส้ม และน้ำเงินตามลำดับ
แสงไฟจากหอไอเฟล ตัดกันได้ดีกับสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้า
นิ้วกดชัตเตอร์เป็นระวิงในช่วงเวลาที่เรือล่องผ่านหอไอเฟลไป
มันช่างงดงามและยิ่งใหญ่เหลือเกิน ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นเธอในช่วงเวลานี้
เธอไม่เคยหลับไหลแม้่ในเวลากลางคืน เธอสร้างสีสันให้กับปารีส
เธอไม่เคยเหงา ทุกช่วงเวลามีคนคิดถึงอยู่เสมอแน่นอน
มันช่างตรงกันข้ามกับชีวิตของเราจริงๆ
ความเหงาเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง ในยามที่ฟ้ามืดแล้ว ทำไมเราไม่มีเขาในตอนนี้..
เรือได้ย้อนกลับมาที่ท่า ในจุดเริ่มต้น
และทุกคนได้ก้าวลงจากเรือไปนั่งรถไปชมหอไอเฟลอีกครั้ง ลงไปถ่ายรูป….
นั่งรถผ่าน จะได้เห็นหอไอเฟลในตอนกลางคืนอีกครั้ง เธอส่องแสงระยิบระยับ
ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ต้นไม้และตึกจะบังเธอลับสายตาเราไป
Part II : Sacre Coeur
Genre : Fiction Realistic by 3rd Person
19.04.07 : 9.30 am
เขา่นั่งอยู่รถไฟใต้ดิน หรือ Metropolitain ของกรุงปารีสซึ่งเปิดใช้มาตั้งแต่
ปี 1900 สภาพของมันดูโทรมไม่น้อย ทั้งระบบและความสะอาด
เขามองดูเส้นทาง ‘อีก 1 ป้ายก็จะถึงแล้วซินะ’
รถไฟค่อยๆชะลอความเร็วจอดเลียบชานชลา เขาสงสัยว่าทำไมประตูจึงไม่เปิดซักที
ชายคนที่นั่งข้างประตูจึงยื่นมือ งัดประตูเปิดให้ “Merci” เขาหันไปยิ้มและตอบ
ก่อนที่จะเดินออกไปยังสถานี และเดินขึ้นบันไดสู่โลกภายนอก
เขาได้ตะลึงกับความงามของสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
นั่นก็ึคือ วิหาร Sacre Coeur ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา
ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งสวยงามยิ่งนัก สถาปัตยกรรมคล้ายทัชมาฮาลของอินเดียเลยทีเดียว
เขาเดินขึ้นบันไดไป จนถึงวิหาร มองลงมาเห็นวิวเบื้องล่างของปารีส
ช่างงดงามอะไรอย่างนี้ เสียงเพลงของนักสีไวโอลินข้างๆโบสถ์ฺ ขับกล่อม
ซ้ำชวนให้เขาหันไปมองคู่หนุ่มสาว ที่กำลังยืนฟังอยู่ ช่าง sweet กันจริงๆ
ย้อนกลับมามองดูตัวเอง เราจะมาไหว้พระที่โบสถ์ยังคิดถึงเรื่องพวกนี้อีกเหรอ
เขายืนทำใจอยู่ซักพักก่อนจะเข้าไปในวิหารและเดินออกมาด้วยความสดชื่น
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า วันนี้ท้องฟ้าช่างสดใสดีจริงๆ เสียง Harp พริ้วไหว
บรรเลงเป็นเพลง Tears in Heaven เขาหย่อนเงินบริจาคลงไป
และยืนฟังอยู่่ซักพัก ทำไมบรรยากาศช่างโรแมนติกอย่างนี้
‘ เรามีใครอยู่เึคียงข้างบ้างเนี่ย ทุกคนรอบข้างจากเราไปหมดแล้ว
อยากมีใครมาเดินด้วยกัน นั่งสงบๆด้วยกัน คงดีไม่น้อย’ เขาคิด
เขามองไปยังเบื้องล่างและเดินลงไป….
Part III : Notre Dame de Paris
*Continue from PartII
19.04.07 : 13.00
ยืนอยู่เบื้องหน้ามหาวิหารที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก Notre Dame
de Paris มันช่างใหญ่กว่า Sacre Coeur นัก
ภายในโบสถ์ ตกแต่ง stlye Gothic เช่นเดียวกับโบสถ์ทั่วไป
เขาเดินไปอธิษฐานเหมือนเช่นเคย … เขาเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
เขียนข้อความลงสมุด หญิงคนนั้นเขียนยาวมากกว่าครึ่งหน้ากระดาษ
มันเป็นข้อความที่เขียนส่งถึงพระเจ้า เขาสงสัยว่าเธอ อธิษฐานขอมากขนาดนั้น
เชียวเหรอ เขาจึงแอบไปเปิดดู สิ่งที่เขาเห็นนั้น ตรงข้ามกับที่เขาคิดโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเขียน ไม่ได้ขอเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว
กลับกัน เธอขอเพื่อคนอื่นทั้งสิ้น คนรอบข้างของเธอ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน
‘แล้วเราหละ…. เคยคิดถึงคนอื่นบ้างไหม อยากให้คนอื่นสนใจ
แต่ตัวเองกลับไม่สนใจคนอื่น ……. รักตัวเองให้มากๆ และรักคนอื่นซะ …
ตลอดมา เขาอธิษฐานให้กับตัวเองเพียงอย่างเดียว ไม่เคยทำเพื่อคนอื่นเลย
เขาปิดหนังสือและมองขึ้นมาหาผู้หญิงคนนั้น
เธอได้เดินหายไปแล้ว บางทีเธอแค่มาเพียงเพื่อบอกสิ่งนี้ให้รับรู้ก็เป็นได้