JuthaS's profileJutha'sPhotosBlogLists Tools Help

JuthaS SaoVaBhA

Windows Media Player

Lists

Jutha's

Assumption College123 ~ TriamUdom 69 Francais !!
June 16

Mes sentiments

Les Parapluies de Cherbourg
 
Non, je ne pourrai jamais vivre sans toi,
Je ne pourrai pas, ne pars pas, j'en mourrai!
Un instant sans toi et je n'existe pas,
Mais mon amour, ne me quitte pas.
Mon amour, je t'attendrai toute ma vie,
Reste prs de moi, reviens, je t'en supplie!
J'ai besoin de toi, je veux vivre pour toi,
Oh, mon amour, ne me quitte pas...........
 
                                                                
 
 Je n'ai plus.......
 
    J'ai plu souvent
Ma vie est sans
Toi, qui est mon amour
Qui ne me quitte pas
 
Ma solitude, vivre pour toi
Je veux lui dire que
tous dans mon coeur
Mais...Les temps
Je n'ai pas.
Comment , Comment
Je dire passe le vent
Je me cache deriere toi
Tout temps que je te voir
Je ne peux pas ...

J'ai plu
J'ai plu dans la salle de bain
Ma larme s' ecoulait
Cache par l'eau
Tomber au plancher
La chose que j'ai fait
J'ai plu

Attente non plus....
Je t'attends  tous les jours
Je t'attendrai toute ma vie
Non plus je vais rire


                                                                       Juthas....16/6/07
April 27

Solitude de Paris

Part I : La Seine
Genre : Non-Fiction Surrealism

  16.04.07 : 20.30

        ตีตั๋วนั่ง Bateau Mouche ชมเมืองปารีส ยามค่ำคืน 2 ฝั่งแม่ีน้ำ Seine

ลมพัดผ่านประกอบเสียงคลื่นกระทบกับเรือ ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการเดินชมพิพิธภัณฑ์ Louvre

ความเหงาในใจก็ถูกกลบโดยเพื่อนๆที่อยู่รอบข้าง

ท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสีจากเหลือง เป็นส้ม และน้ำเงินตามลำดับ

แสงไฟจากหอไอเฟล ตัดกันได้ดีกับสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้า

นิ้วกดชัตเตอร์เป็นระวิงในช่วงเวลาที่เรือล่องผ่านหอไอเฟลไป

มันช่างงดงามและยิ่งใหญ่เหลือเกิน  ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นเธอในช่วงเวลานี้

เธอไม่เคยหลับไหลแม้่ในเวลากลางคืน    เธอสร้างสีสันให้กับปารีส

เธอไม่เคยเหงา  ทุกช่วงเวลามีคนคิดถึงอยู่เสมอแน่นอน

มันช่างตรงกันข้ามกับชีวิตของเราจริงๆ

ความเหงาเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง ในยามที่ฟ้ามืดแล้ว  ทำไมเราไม่มีเขาในตอนนี้..

เรือได้ย้อนกลับมาที่ท่า ในจุดเริ่มต้น

และทุกคนได้ก้าวลงจากเรือไปนั่งรถไปชมหอไอเฟลอีกครั้ง   ลงไปถ่ายรูป….

นั่งรถผ่าน  จะได้เห็นหอไอเฟลในตอนกลางคืนอีกครั้ง   เธอส่องแสงระยิบระยับ

ในช่วงเวลาสั้นๆ  ก่อนที่ต้นไม้และตึกจะบังเธอลับสายตาเราไป

 

  Part II : Sacre Coeur
Genre  :  Fiction Realistic by 3rd Person

19.04.07 : 9.30 am

          เขา่นั่งอยู่รถไฟใต้ดิน หรือ Metropolitain ของกรุงปารีสซึ่งเปิดใช้มาตั้งแต่

ปี 1900  สภาพของมันดูโทรมไม่น้อย   ทั้งระบบและความสะอาด

เขามองดูเส้นทาง   อีก 1 ป้ายก็จะถึงแล้วซินะ’

รถไฟค่อยๆชะลอความเร็วจอดเลียบชานชลา    เขาสงสัยว่าทำไมประตูจึงไม่เปิดซักที

ชายคนที่นั่งข้างประตูจึงยื่นมือ งัดประตูเปิดให้   “Merci” เขาหันไปยิ้มและตอบ

ก่อนที่จะเดินออกไปยังสถานี  และเดินขึ้นบันไดสู่โลกภายนอก

         เขาได้ตะลึงกับความงามของสิ่งที่อยู่ข้างหน้า

นั่นก็ึคือ วิหาร Sacre Coeur ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา   

ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งสวยงามยิ่งนัก   สถาปัตยกรรมคล้ายทัชมาฮาลของอินเดียเลยทีเดียว

เขาเดินขึ้นบันไดไป  จนถึงวิหาร   มองลงมาเห็นวิวเบื้องล่างของปารีส

ช่างงดงามอะไรอย่างนี้   เสียงเพลงของนักสีไวโอลินข้างๆโบสถ์ฺ ขับกล่อม

ซ้ำชวนให้เขาหันไปมองคู่หนุ่มสาว ที่กำลังยืนฟังอยู่   ช่าง sweet กันจริงๆ

ย้อนกลับมามองดูตัวเอง   เราจะมาไหว้พระที่โบสถ์ยังคิดถึงเรื่องพวกนี้อีกเหรอ

เขายืนทำใจอยู่ซักพักก่อนจะเข้าไปในวิหารและเดินออกมาด้วยความสดชื่น

เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า  วันนี้ท้องฟ้าช่างสดใสดีจริงๆ    เสียง Harp พริ้วไหว

บรรเลงเป็นเพลง Tears in Heaven  เขาหย่อนเงินบริจาคลงไป

และยืนฟังอยู่่ซักพัก   ทำไมบรรยากาศช่างโรแมนติกอย่างนี้ 

เรามีใครอยู่เึคียงข้างบ้างเนี่ย   ทุกคนรอบข้างจากเราไปหมดแล้ว

อยากมีใครมาเดินด้วยกัน  นั่งสงบๆด้วยกัน คงดีไม่น้อย  เขาคิด

เขามองไปยังเบื้องล่างและเดินลงไป….

 

         

Part III : Notre Dame de Paris
*Continue from PartII

 

19.04.07 : 13.00

          ยืนอยู่เบื้องหน้ามหาวิหารที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก   Notre Dame

de Paris   มันช่างใหญ่กว่า Sacre Coeur นัก  

          ภายในโบสถ์ ตกแต่ง stlye Gothic เช่นเดียวกับโบสถ์ทั่วไป

เขาเดินไปอธิษฐานเหมือนเช่นเคย …   เขาเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขา

เขียนข้อความลงสมุด   หญิงคนนั้นเขียนยาวมากกว่าครึ่งหน้ากระดาษ

มันเป็นข้อความที่เขียนส่งถึงพระเจ้า    เขาสงสัยว่าเธอ อธิษฐานขอมากขนาดนั้น

เชียวเหรอ   เขาจึงแอบไปเปิดดู   สิ่งที่เขาเห็นนั้น ตรงข้ามกับที่เขาคิดโดยสิ้นเชิง

สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเขียน  ไม่ได้ขอเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว

กลับกัน  เธอขอเพื่อคนอื่นทั้งสิ้น คนรอบข้างของเธอ  พ่อแม่  ญาติพี่น้อง  เพื่อน

          แล้วเราหละ…. เคยคิดถึงคนอื่นบ้างไหม  อยากให้คนอื่นสนใจ

แต่ตัวเองกลับไม่สนใจคนอื่น   …….   รักตัวเองให้มากๆ  และรักคนอื่นซะ

ตลอดมา เขาอธิษฐานให้กับตัวเองเพียงอย่างเดียว ไม่เคยทำเพื่อคนอื่นเลย

เขาปิดหนังสือและมองขึ้นมาหาผู้หญิงคนนั้น 

เธอได้เดินหายไปแล้ว      บางทีเธอแค่มาเพียงเพื่อบอกสิ่งนี้ให้รับรู้ก็เป็นได้

             

Part IV : Au Restaurant

Genre :  Fiction

               Bonsoir Monsieur” พนักงานกล่าวต้อนรับ ขณะที่เขาก้าวเข้ามาในภัตรคาร ที่ได้ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในปารีส

          เขา่นั่งลงบนโต๊ะที่จองไว้  ทุกที่ที่นี่ได้ถูกจองไว้หมดแล้ว

ในอีกไม่ช้าภัตรคารก็คงแน่นขนัด  

          พนักงานเอ่ยถาม Qu’est que vous avez, monsieur?

Non, Merci, J ’attend quelqu’un. เขาตอบพร้่อมกับดูนาฬิกาบนข้อมือของเขาอีกครั้ง

‘ นี่เกือบจะ 2 ทุ่มแล้ว    เธอยังไม่มาอีกเหรอ.....’

          ไม่กล้าโทรไปหา กลัวเธอจะรำคาญ

เขายังคงนั่งรอต่อไปในมุมมุมหนึ่งของภัตรคาร  กวาดสายตา มองแล้วมองอีกก็ไม่เจอ

          วงดนตรีบรรเลงเพลง Les Parapluies du Cherbourg    บทเพลงแทรกซึมเข้าสู่หัวใจทำให้รู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก    มันเว้งว้างโดดเดี่ยว

          2 ทุ่มครึ่งแล้่ว   ..  ขอซี่โครงแกะย่างกับผักรวมจานนึง”

“รอนานหน่อยนะครับ

ไม่เป็นไร  รอได้   

          เขานั่งกินไปจนกระทั่งร้านปิด เวลา 5 ทุ่ม

เธอไม่มาตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้    แท้ที่จริงแล้วเขาไม่ได้นัดเธอไว้ แต่แค่คิดว่าเธอจะมากินร้านนี้เท่านั้น

เพราะนี่เป็นร้านโปรดของเธอ   ….

ความบังเิอิญไม่ได้เกิดง่ายขนาดนั้น

         

 

March 18

Dark Side

 

 

 

From : Dark Side Story  ที่เราแต่ง 

เอามาให้อ่านตอนนึงแล้วกันนะ

 

Social of Men

 

ในสังคมหนึ่ง  คุณอาจเป็นคนเดียวที่ไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุข (เท่ไหมหละ)

และคุณไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพื่อนคุณเกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้ายกันหมด

และวันหนึ่งคุณก็มารู้ว่ามันเลวร้ายกว่าที่คุณคิดเยอะ

คุณเป็นคนที่ไม่มีสังคมเลย  มีความลับในสังคมนี้อีกมากมาย

แต่คุณเป็นคนดี

คุณไม่อยากถลำลึกเข้าไปมากกว่านี้

คุณตัดสินในที่จะอยู่ห่างๆ   มองอยู่ห่างๆ

รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดี

แต่คุณก็ทำอะไรไม่ได้เพราะจะถูกสังคมรังเกียจเอา

คุณแค่เข้ากับสังคมนั้นได้แต่เพียงผิวเผิน   คุยเป็นบางโอกาส

รู้เท่าทันเฉยๆ

คุณจะไม่มีใครสนใจ

 

 

หรืออีกทางเลือกหนึ่ง

คุณอยากรู้  อยากสัมผัส

อยากเข้าสังคม  อยากได้เพื่อน

คุณก็เลยทำตัวให้เข้ากับมัน   ลองตุ่ย  ลองดื่ม

คิดซะว่ามันเป็นเรื่องปกติ   ใครๆเขาก็ทำกัน

ทำดูบ้างจะเป็นอะไรไป

คุณก็จะได้เข้าไปในสังคมนั้น  ว่าแต่…

คุณทำเพื่ออะไร

ทำเพื่ออยากได้เพื่อนงั้นหรือ ...คุณคิดว่ามีเพื่อนแท้ด้วยหรือในสังคมนี้

หรือคุณทำเพื่อตัวเอง

ทำเพื่อให้ตัวเองต่ำลงงั้นหรือ

 

 

จะเห็นว่าในด้านมืด  มันไม่มีอะไรดีเลย เมื่อมองลึกลงไป

แต่จะว่าไปในสังคมแบบนี้

ถ้าเป็นคนดีไปซะทีเดียวเลย  มันก็ไม่สามารถดำรงตนอยู่ได้แน่

 มันต้องรู้จักหลายๆด้านหลายๆมุม และปรับตัวเข้ากับมันให้ได้

ไม่ใช่ให้มันครอบงำเรา

ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือตัวตนที่แท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เกี่ยวกับด้านบน

 

 

อยากจะระบาย

สิ่งที่อยู่ในใจ

 

ไม่ได้เพื่อให้เขาเห็นใจ

แต่เพื่อให้เขาเข้าใจ

 

ว่าเราต้องการเป็นพี่น้องกับเขาอย่างไร

 

ความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ตัดขาดกันไม่ได้

 

 

 

ความเดิมที่เจ็บปวดอยู่เอนทรี่ที่แล้ว

 

 

 

 

 

 

March 12

Impossible Love

ความรักที่เป็นไปไม่ได้
 
ความสัมพันธ์ของพี่น้อง
 
เราไม่อยากให้มันเสียไป
 
เป็นพี่สาวกับน้องชายกันนะ
 
อยากเป็นอย่างงั้นจริงๆ
 
อยากพูดด้วยกันทุกวัน
 
เจอหน้ากันทุกวัน
 
คุยเล่นสนุกสนานกัน
 
อยากอย่างนั้นจริงๆ
 
แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก
 
โทรศัพท์ยังไม่เคยคุยกันเกิน ห้า นาทีเลย
 
ตั้งแต่ที่เขารู้  เจอหน้ากันทีไรก็พูดไม่ออก
 
คงพูดได้แต่เรื่องงาน
 
เท่านั้นเหรอ
 
เท่านั้นเหรอ คือความสัมพันธ์ของพี่น้อง
 
เขาคงไม่รู้หรอกว่าเรารู้สึกยังไงหลังจากวางสายไปแล้ว  ไม่ก็เดินหันหลังให้กันแล้ว
 
พูดไม่ถูก
 
พูดไม่ออกแล้วตอนนี้
 
ร้องไห้มากี่ครั้งแล้วหละ
 
อ่อนแอจริงๆ
 
เสียน้ำตาให้กับความเศร้าของเขา
 
และยังต้องมาเสียน้ำตาให้กับความเศร้าของตัวเองอีกเหรอ
 
เราอยากจะโน่นอยากจะนี่
 
ทำไมเป็นความรักที่เห็นแก่ตัวจริงๆ
 
อยากจะลืมมันไปซะดีไหม
 
แต่เราก็ไม่อยากเสียความรักไป
 
 
พิมพ์อะไรไม่ถูกแล้ว  วกวนสับสนไปหมด
 
เขาคงไม่เสียใจหรอกมั้งที่รักเราไม่ได้
 
อยากจะรู้จริงๆ  ปีหน้าเป็นยังไง
 
เขาก็คงทุ่มเทกับการเอ็นท์  เราก็คงไม่มีเวลาคุยกับเขา
 
อยากเจอกันในวันจากลา
 
 
 
อยากจะบอกว่า รัก  ไปจัง 
 
แม้ว่าเขาจะรู้แล้วก็เหอะ
 
แต่เราก็ยังอยากจะบอก
 
แม้การบอกไป จะทำให้เราเจ็บก็ตาม
 
แต่ถ้าหากเป็นการทำให้เขาเจ็บด้วยหละ
 
เขาไม่สามารถทำให้เราสมหวังได้
 
ไม่สามารถรักเราได้
 
แต่อย่างน้อยเราก็ยังอยากให้เขาเป็นพี่
 
เราอยากให้เขาอยู่เคียงข้างเรา  คอยดูแลเราตลอดไป
 
ความรักของเรามันเห็นแก่ตัวไหมอะ
 
เราจะทำยังไงดีไม่ให้รักเราเป็นรักที่เห็นแก่ตัว
 
เราอยากทำอะไรเพื่อเขาบ้าง
 
เขาจะอึดอัด ลำบากใจไหม
 
เขาจะรำคาญไหม
 
เราจะรอเขา 
 
ไม่ได้รอให้เขาเปลี่ยนใจมารักเรา
 
แต่รอให้เขาพร้อมที่จะคุยกับเรา 
 
พร้อมที่จะสบายใจเมื่ออยู่ใกล้เรา
 
ถามว่า  มีความสุขแล้วจะเป็นยังไง 
 
แอบรักไปมันก็ช้ำใจ
 
บางครั้งเราก็คิดว่า เศร้าไปเรื่อยๆมันก็ดีเหมือนกันนะ
 
ประชดชีวิตดี
 
จะได้มีสีสัน
 
ไม่น่าเบื่อ 
 
ชีวิตไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
 
อย่างน้อยเวลามีความทุกข์  เราก็อยากมีเขาปรับทุกข์ด้วย
 
เราอยากเล่าทุกอย่าง พูดทุกอย่างกับเขาอย่างสบายใจ
 
แต่ยังไงเขาก็มีเพื่อนอยู่แล้ว
 
เวลาเขาอยูกับเพื่อน 
 
เราก็จะไปพูดกับเขาก็ไม่ได้
 
เราควรจะทำยังไงดี   ให้เรามีเวลากับเขาแค่ สองคน
 
แต่เราไม่อยากรัดเขาไว้หรอก
 
เราไม่อยากเป็นรักที่มีการครอบครอง
 
เราก็อยากเห็นเขามีความสุขกับคนที่เขารัก
 
เรารักเขาอย่างงั้น
 
เราอยากคุยกับเขาเหมือนเพื่อน
 
มีความสัมพันธ์เหมือนพี่กับน้อง
 
แค่นี้จะได้ไหม
 
เราไม่ได้ถามเขา  แต่เราถาม วิงวอนเบื้องบน
 
ขออีกสักครั้งนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
 ขอโทษคนที่มาอ่านทุกคนด้วยแล้วกัน   อย่าเศร้าตามเรานะ   เราก็อย่างงี้แหละ  บางทีก็อยากเศร้าหวะ
 
 
 
 
 
 
March 02

Sky is Blue

<SKY>

 

เป็นคำๆหนึ่งที่แปลว่า ท้องฟ้า

และอาจแปลได้อีกว่า  เวหา

อีกหนึ่งความหมายคือ นภา่

รู้ไหมว่าท้องฟ้ามีนัยอย่างไร

 

 

ตอนก่อนที่เรายังไม่ได้ศึกษาเรื่องการถ่ายภาพ

เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า  ท้องฟ้า จะมีึความหมายมากถึงเพียงนี้

แต่ก่อนก็ได้แต่คิดว่า  ท้องฟ้า มันก็เป็นบรรยากาศห่อหุ้มโลก

มีสีฟ้า แล้วไง?

 

ใช่เหรอ  ทุกครั้งที่เรามองเห็นท้องฟ้าในตอนกลางวัน มันเป็นสีฟ้าเหรอ

ตอนแรกเราก็คิดว่าท้องฟ้ามันก็สีฟ้า

จนกระทั่งได้มาจับกล้องถ่ายรูป

มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลย

 

เวลาเราจะถ่ายท้องฟ้า  บางทีมันไม่สวยอย่างที่เราคิดเสมอไป

เคยไหม เวลาถ่ายภาพแล้วท้องฟ้าเป็นสีขาว

บางทีมันก็เลือกไม่ได้ที่จะต้องถ่ายมุมนั้น เวลานั้น

ต้่องแลกกับการที่ท้องฟ้าเป็นสีขาวไป

เป็นความรู้สึกทีู่ธรรมดา จืดชืด ไร้สีสัน

แต่เราก็จำเป็นต้องทำมิใช่หรือ เพื่อสิ่งที่สวยกว่าซึ่งอยู่ข้างล่างท้องฟ้าที่เราต้องการ

 

สิ่งนี้มันขึ้นอยู่กับเวลา  กับมุมมอง

 

 

แต่ละวันท้องฟ้าไม่เคยเหมือนกันเลย

 

ถ้าเราเห็นท้องฟ้าสวยๆ คิดอยู่ได้ 2 อย่าง

คือ

หยิบกล้ิองมาถ่ายในตอนนั้น

หรือ

ปล่อยให้เวลาผ่านไป ท้องฟ้ามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

อาจจะสวยขึ้น  หรือแย่ลงก็สุดแท้แต่

ถ้าสวยขึ้นเราก็คุ้มค่าแก่การรอ

ได้ภาพที่ดีไป

แต่ถ้าหากมันไม่ใช่หละ……

 

 

การสังเกตเรื่องท้องฟ้านั้น

 

ทำให้ได้รู้ว่าสิ่งใกล้ตัวที่อยู่เหนือหัวนั้น

ได้สอนอะไรหลายๆอย่าง

 

การเข้าใจในสิ่งรอบตัวที่ดีที่สุดคือ การสังเกตและการเรียนรู้

 

การเรียนรู้และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่มี

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมท้องฟ้าได้

 

สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมนั้น

มันเป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดเดา

 

การอยู่กับปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าเราต้องท้อแท้กับความฝัน

ท้องฟ้าในวันพรุ่งนี้อาจจะสวยกว่าวันนี้

หรือไม่ท้องฟ้าวันนี้อาจจะสวยกว่าเมื่อวานก็ได้

ได้สังเกตหรือไม่

 

เรามาพูดถึงเรื่องท้องฟ้ายามเย็นกันดีกว่า

ท้องฟ้าในยามเย็นนั้นแปลกไม่เหมือนใคร

อาจจะเป็นสีขาว

สีส้ม

สีแดง

สีเหลือง

หรือทุกสี

แต่ในที่สุด

ทุกสี

ก็ต้องกลายเป็นสีเดียวกัน

นั่นก็คือ สีดำ

เป็นความมืดมิด

แต่ก่อนที่จะมืดมิดนั้น  มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่ท้องฟ้าสวยงามไม่แพ้ช่วงเวลาอื่น

มันเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี

ช่วงนั้นท้องฟ้าจะกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม

เป็นเหมือนสิ่งบอกการเปลี่ยนแปลงของเวลาเลยทีเดียว

ได้หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว….

 

คนเรามองท้องฟ้าไม่ีเหมือนกันอีก

มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆอย่างเช่น

การเรียงตัวของเมฆ

ความหนาแน่นของเมฆ

สีของเมฆ

สีสันของท้องฟ้า

ความสดใส

ฯลฯ

หรือองค์ประกอบที่เข้ามาและผ่านไปอย่าง

นกที่บินมา หรือ เครื่องบิน 

ก็มีส่วนในมุมมองของภาพที่ปรากฎทั้งสิ้น....

 

นั่นอาจเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินแต่ละคน

ไม่ว่าจะเป็นนักแต่งเพลง  ช่างภาพ  จิตรกร

เขาเหล่านั้นล้วนแต่สร้างงานศิลป์” ให้ทุกคนได้ชื่นชมไม่ว่าจะเป็น

การถ่ายทอดความงามของท้องฟ้าผ่านโน้ตดนตรีและเสียงเพลง

การวาดภาพท้องฟ้าหลากหลายอารมณ์  หลายสีสัน

การถ่ายทอดความจริงจากหลายมุมมอง

 

หรืออาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้

ถ้าเกิดอยากหลอกตัวเอง

 

การหลอกตัวเอง ไม่ใช่การหนีความจริงเสมอไป

 แต่เป็นการจินตนาการ ซึ่งเราอาจทำเป็นจริงได้ก็แค่สิ่งที่อยู่ในมโนภาพ

 

มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะบังคับท้องฟ้าให้สวยทุกวัน

เพราะวันดีๆไม่ได้มีทุกวัน

ทุกวันที่เราเฝ้ามองท้องฟ้าอยู่

เหมือนกับว่า เรานั่งรอ รอ และรอ อะไรบางอย่าง

จังหวะ  มุมมอง  และ เวลา

 

เมื่อถึงวันที่ฟ้าสวย

วันนั้นอาจเป็นวันที่เราไม่พร้อม  ไม่ได้มีกล้องติดตัวมาเพื่อที่จะถ่าย

ไม่สามารถเก็บภาพท้องฟ้าอันสวยงามได้

ที่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย

 

จริงอยู่

วันข้างหน้ายังมีอีกไกล

แต่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดไปก่อนไม่ดีกว่าเหรอ

จะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง

ในวันที่สายเกินไป

ในวันที่ไม่มีท้องฟ้าให้มองอีกแล้ว

 

February 24

Tagged !! Secret

อ่าโดนแท็กจนได้จากป้าฝ้าย

"มันเป็นการเล่นอย่างหนึ่งที่คนโดน Tagged ต้องเขียนความลับ 5 อย่างของตัวเองลงไปใน Blog ให้คนอื่นได้รู้"

เริ่มเลยแล้วกัน

1. เป็นคนเกลียดการว่ายน้ำมาก เนื่องจากตอนเด็กๆ เคยจะจมน้ำ (ในสระ)
แล้วก็ไม่กล้าว่ายอีกเลย
ตอนชั่วโมงเรียนว่ายน้ำ ที่อัสสัมประถมก็โดดหลายครั้ง
เขียน จม.ป่วยด้วย
ทำแผลปลอมหลอกมาสเตอร์อีก จะได้ไม่ต้องลงสระ
ก็นะ ตั้งแต่ ม.ต้นมาไม่มีเรียนว่ายน้ำแล้ว ก็โชคดีไป

2. ดูหนังคนเดียวบ่อยมาก
ไม่ใช่ไม่มีใครอยากดูด้วยหรอก 555
แต่มันเป็นเรื่องของอารมณ์ เอ้ย ไม่ใช่ เป็นเรื่องของเวลา
พอดีตอน ม.3 มีเีรียนพิเศษตอนบ่ายไง
แล้วตอนเช้าไม่รู้ทำไรดี ก็เลยไปดูหนังรอบเช้าประมาณ 10.00-12.00
ที่ลิโด สยาม สกาลา ถูกดี 80 บา่ทเอง หนังก็ดีอีกต่างหา่ก
และก็ต้องนั่งร้องไห้คนเดียวกับ ฺ Be with You

3. เคยโดนเปิดซิง
อันนี้็เกิดขึ้นตอน ม.3 .  ในห้องเลย  ตอนพัก 10 นาที
ก็นะ ไหนๆก็จะไปอยู่เตรียมฯแล้่ว
ยังไม่ทันตั้งตัว
เพื่อนๆก็เลยรุมเล่นๆกัน
จนวันนั้นซิปแตกเลยทีเดียว - -''
ต้องเอาสก๊อตเทปมาติด เดี๋ยวกลับบ้านไม่ได้

4. เคยแสดงละครเป็นพระเอกด้วย
โฮะๆ นึกไม่ถึงหละซิ
เห็นหน้าอย่างงี้ก็ไม่เบาเหมือนกัน
อะๆ อ่านถึงตรงนี้นึกว่าเรื่องเงาะป่าเหรอไง
ไม่ใช่ๆ
ที่เป็นพระเอกหนะมันเรื่อง รามเกียรติ์ !!!
แสดงเป็นพระราม
ตอนอะไรซักอย่าง ล่อนางสีดา ทศกัณฐ์จับนางสีดาไป
มีตอนนึงเท่มาก ยิงธนูไปที่กวาง สุดยอด++
(ใส่หน้ากากนะ ตอนเล่น 5555)

5. อันสุดท้าย
เห้อ คนเราอะไรจะมีความลับขนาดนั้นเชียว
ความลับของเรามันอยู่ในสมุด
รู้หรือไม่ อย่างเราก็เขียน Diary ในสมุดด้วย
ทุกวัน ตั้งแต่ปี 2548
บางวันล้นหน้ายังมี
มันมีอะไรให้เขียนเยอะอย่างงั้นเหรอ 5555
ยังเสียดายจนถึงทุกวันนี้ ทำไมไม่เขียนตั้งแต่ ม.1 วะ......


เรียบร้อยและ
เหยื่อที่จะโดนแท็ก 5 คนต่อไปก็คือ
โอ เอาใครดีหละ หลายๆคนก็โดนแท็กกันไปหมดแล้ว

หยุงหยิง ยังไม่โดนใช่ไหม 555
ฟ้า
ชิน
นัท
คนสุดท้าย ใครก็ได้......





February 15

LovE-WiSdom PoeM

For Valentine '50
                                           
       

                               ความรักกับความหลงและการบอกรัก


         ความรักกับความหลง                              มันช่างปนเปกันจนสับสน
ให้นั่งคิดวิเคราะห์จนทุกข์ทน                               เกิดเป็นคนความรู้สึกหล่อเลี้ยงใจ
ความรักนั้นเป็นสิ่งบริสุทธิ์                                 และจุดต่างกับความหลงคือสิ่งไหน
ลองมองลึกดูไปข้างในใจ                                   ว่าสดใสหรือมัวหมองด้วยเจตนา
อันความรักนั้นหรือคือการให้                               สิ่งจากใจไม่ตอบแทนสุขหนักหนา
หรือว่าอยากครอบครองตลอดเวลา                       นั้นเพื่อว่าต้องการที่สุขใจกัน

ความรักนั้นมีด้านดีและด้านร้าย                          ซึ่งอาจทำให้ชีวิตเกิดผกผัน

จมดิ่งสู่ึความมืดไ้ด้ทันพลัน                                ถ้าเรานั้นมีความหลงจนเกินไป
อันความหลงรักหรือคือกิเลส                              ความต้องการทางเพศเป็นแบบไหน
นั้นเกิดความลุ่มหลงอยู่ภายใน                             แสดงไปด้วยใจไม่มั่นคง
อันการให้นั้นคือรักบริสุทธิ์                                  นั้นเปรียบดุจดวงใจไม่ลุ่มหลง
เมื่อแรกรักคิดให้นั้นยังคง                                   ตกลงปลงปลักถักร้อยดวงใจ
แต่ในเมื่อความรักนั้นเป็นการแอบ                       การให้แทบไม่เกิดผลเป็นไหนไหน
จะยังสุขให้ข้างเดียวอยู่ต่อไป                              หรือบอกให้เขารู้เจตนา

การแอบรักนั้นเขาไม่รู้สึก                                    กับส่วนลึกในจิตใจไร้เดียงสา

ความรู้สึกซ่อนอยู่ในดวงตา                                อาจอยากหาต้องการสิ่งเยียวยา              

ถ้ายังพอใจที่ให้อย่างมีสุข                                 แต่ต้องทุกข์กับความจริงที่ว่า
ไม่มีทางเป็นไปได้นั้นหนา                                 ต้องบอกว่าเป็นได้แค่เพื่อนกัน
เรื่องบอกรักนั้นจำเป็นจริงหรือ                              สิ่งนั้นคือความรู้สึกที่สุขสันต์
แค่มอบรักให้ที่รักด้วยแบ่งปัน                              เธอและฉันอาจไม่รู้ความในใจ
จึงอยากบอกคำว่ารักจากใจฉัน                           เมื่อถึงวันที่พอเหมาะและสดใส
หากแน่ว่าเขามีเราอยู่ในใจ                                  ถ้าบอกไปก็มีสุขเปิดเผยกัน
การครองรักหาใช่ครอบครองไม่                          ต้องจริงใจดูแลไม่แปรผัน
ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขทุกคืนวัน                             ร่วมแบ่งปันความรักตลอดไป
แต่ถ้าหากไม่แน่ว่าเขารัก                                   เราจะหักชิงบอกก่อนก็คงไม่
ถ้าพลาดพลั้งแล้วจะเป็นเช่นไร                            เขาคงไม่มาคุยกันอีกต่อไป
คิดเช่นนี้เป็นการคิดในแง่ร้าย                              ก็จะกลายเป็นว่าไม่กล้าฝัน
กลัวในสิ่งที่จะเกิดหลังจากนั้น                              ว่ามันจะเลวร้ายเป็นเช่นใด

ความจริงอาจไม่ร้ายอย่างที่คิด                           เปิดเผยจิตใจออกไปดีกว่าไหม

ถ้ามันทำให้ปลอดโปร่งและโล่งใจ                      อะไรจะเกิดตามมาก็ช่างมัน

ความรู้สึกนั้นยากแก่การบอก                               เปิดเผยออกไปแล้วอาจพลิกผัน

โลกทั้งโลกหมุนกลับโดยฉับพลัน                       เพราะว่าฉันรักเธอจากใจจริง

อาจพลิกหมุนสวยได้ด้วยความรัก                      แต่อกหักนั้นช่างหม่นหมองยิ่ง

หยุดหมุนเป็นโลกสีดำทันทีจริง                            ดำจมดิ่งในความเศร้าโศกโศกา

จงอย่าเพิ่งยอมแพ้กับชีวิต                                 อย่าตามติดตื้อเขาเกินหนักหนา

จงพิสูจน์ว่าเราไม่เลิกรา                                     อยากคบหาเธอด้วยความจริงใจ

ถ้าเขาไม่มีีใจใคร่ยอมรับ                                    เราจะรับมันได้ดีแค่ไหน

เขาไม่ยอมฟังเราอีกต่อไป                                  เขาเมินเฉยเหมือนไม่รู้จักเรา

ไม่ได้เป็นทั้งเพื่อนหรือคนรู้จัก                              เขาไม่ทักเดินผ่านหลบหลังเสา

ไม่ได้มองไม่ได้คุยเหมือนก่อนเก่า                       ตอนที่เรายังไม่บอกรักเขาไป

การตัดสินใจนั้นเป็นเรื่องยาก                              ถ้าอยากเสี่ยงบอกรักเพื่อสดใส

หรือไม่บอกแอบช้ำรักอยู่ในใจ                            ควรไตร่ตรองเสียก่อนจะสายไป

ถ้าจะัให้จงลืมคำว่าเสียใจ                                   การรักใครมันเป็นสิ่งที่ดีงาม

 

          

ประพันธ์โดย   นาย จุฑา   เสาวภา

                   

ห้ามผู้ใดคัดลอกเลียนแบบข้อความหรือส่วนของข้อความเด็ดขาด

หากผู้ใดทำผิดจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

 

แต่ง 15  ก.พ. 50     12.00

เสร็จ 18  ก.พ. 50    16.44

 

 

 

 

 

 

 

 






 
 





                   

 







 
G LawTU  
Photo 1 of 2